
กิจกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์และสำคัญยิ่งแก่ชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา หลังจากที่มีวัดเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจแล้ว คือการเปิดโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น เพื่อสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยแก่กุลบุตรกุลธิดา ซึ่งเป็นลูกหลานของคนไทย ควบคู่กันไปกับการสอนพระพุทธศาสนาเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนของชาติยึดมั่นอยู่ในเอกลักษณ์ของตน
หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ในฐานะหัวหน้าสงฆ์วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก
จึงได้ให้การส่งเสริม และสนับสนุนให้เปิดสอนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ (1976) ในสมัยที่วัดตั้งอยู่ที่เลขที่ 705 Wayne Ave. Silver Spring โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ และคณะครูอาสาสมัคร ซึ่งเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก โรงเรียนวัดไทยกรุงวอชันตัน ดี.ซี. จึงได้กำเนิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
โรงเรียนวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้เจริญก้าวหน้า มาโดยลำดับ ในระยะแรก ๆ มีปัญหาเรื่องอาคารสถานที่ไม่เพียงพอ เพราะว่ากุฏิที่พักสงฆ์คับแคบ ทางคณะครูและพระสงฆ์จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยดัดแปลงห้องทุกห้อง ที่พอมีที่ว่างเป็นห้องเรียนจนหมด ส่วนผู้ ปกครองนักเรียนที่มาส่งลูกเข้าเรียน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ทางโรงเรียนได้จัดหลักสูตรอบรมการทำอาหาร ทำขนม และสอนการแกะสลักผัก ผลไม้ นับว่าโรงเรียนได้เอื้ออำนวยประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ทุกฝ่ายโดยทั่วถึงกัน
งานด้านการให้การศึกษาแก่เยาวชนได้เจริญรุดหน้าไปเรื่อย ๆ ประจวบกับชุมชนไทยได้มองเห็นความสำคัญของวัด และพระพุทธศาสนามากขึ้น มีประชาชนมาทำกิจกรรมในวัดมากขึ้น วัดจึงมีบทบาทเหมือนดังเช่นสังคมในสมัยโบราณ คือ มีอะไรก็ต้องมาทำที่วัด สมกับเป็นศูนย์รวมของชุมชนจริง ๆ ทำให้อาคารสถานที่ ไม่เพียงพอที่จะรองรับในการทำงาน และสนองความต้องการได้เท่าที่ควร จำต้องแสวงหาสถานที่สร้างวัดแห่งที่ ๒ เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้สะดวกยิ่งขึ้น อยู่ที่วัดแห่งนี้มาได้ ๖ ปี (วัดตั้งอยู่ถนน Georgia) ก็ต้องประสบปัญหาเช่นเดิมอีก คือสถานที่ไม่เพียงพอ จึงต้องย้ายวัดมาที่ปัจจุบัน ซึ่งได้วางรากฐานอันมั่นคง ทั้งทางด้านวัตถุ และบุคคล ได้ช่วยกันบริหารงานของวัดจนเจริญรุดหน้าเป็นที่น่าพอใจยิ่ง งานหลักที่สำคัญก็คือการวางพื้นฐานทางการศึกษาทุก ๆ ด้านแก่เด็ก และเยาวชนไทย ที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา
ด้านการศึกษาก็ได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง และมีประสิทธิภาพ เช่น การสอนภาษาไทย มีนักเรียนสอบเทียบความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการได้รับใบประกาศนียบัตร ในระดับชั้นต่าง ๆ จบไปหลายรุ่น เด็กสามารถไปสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในเมืองไทยได้
สำหรับการฝึกสอนนักเรียนนาฏศิลป์ และดนตรีไทย นักเรียนสามารถแสดงได้ในระดับที่มาตรฐาน จนได้รับคำชมเชย และเป็นที่ยอมรับของหลาย ๆ
หน่วยงาน และองค์กร ที่ติดต่อไปแสดง เด็กเยาวชนที่ได้มาศึกษาเล่าเรียนจากโรงเรียนวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้รับการฝึกอบรมด้านกิริยา มารยาท ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย อย่างต่อเนื่องจนเด็กสามารถแสดงออกได้อย่างไม่เก้อเขิน และเกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของตน
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่เด็กและเยาวชนได้รับไปจากวัด อันเป็นผลมาจากการที่หลวงพ่อฯ ได้เน้นหนักในการอบรมสั่งสอนเด็กๆ เยาวชนให้สำนึกอยู่เสมอในเรื่อง ความรู้ คู่คุณธรรม โดยท่านจะสอนเสมอ ๆ ว่า พ่อแม่ทุกคนไม่ควรมองข้ามคุณธรรมทางศาสนา การปลูกฝังคุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของลูกนั้น ต้องทำกันตั้งแต่ลูกอยู่ในวัยเด็กและทำกันให้ต่อเนื่องไม่ขาดสาย จนกลายเป็นนิสัยซึมซับเข้าไปในจิตใจของลูก โดยปกติทั่วไปแล้วเด็กทั่ว ๆ ไปมักจะพอใจแต่ในความสนุกสนานมากกว่าที่จะพอใจในเรื่องคุณธรรมความดีต่าง ๆ แต่พออายุมากขึ้นจึงจะพอใจในการทำความดี แต่ถ้าพ่อแม่จะรอไว้ปลูกฝังคุณธรรมตอนลูกโตแล้วมันอาจจะสายเกินไปก็ได้ อย่าลืมว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
การปลูกฝังคุณธรรม
ศีลธรรมสำหรับเด็กนั้น หลวงพ่อฯ ได้เน้นแก่ผู้ปกครองเสมอว่า การปลูกฝังคุณธรรม เป็นเรื่องที่ทำกันได้ไม่เหลือวิสัย ขอให้พ่อแม่มีความสนใจ มีความพอใจในคุณธรรมเท่านั้นแหละ ก็พอจะแนะนำปลูกฝังคุณธรรมให้แก่ลูกของตนได้ เช่น แนะนำชักจูงโน้มน้าวจิตใจลูก ให้มีความกตัญญูรู้คุณของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ พระเจ้าพระสงฆ์ และประเทศชาติตลอดถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ คุณธรรมในความกตัญญูรู้คุณนี้ หลวงพ่อฯ จะอบรมเด็ก ๆเสมอ ๆ ว่า ให้มีความสำนึกใน คุณความดีของคนอื่นและสิ่งอื่น มิใช่แต่เฉพาะบุคคลที่ตนมีความเกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ให้สำนึกในบุญคุณของสถานที่และสิ่งแวดล้อมด้วย จะเห็นได้ว่าท่านเน้นในเรื่องให้ทุกคนมีความสำนึกในบุญคุณของพระพุทธศาสนาและวัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้และการอบรมแก่เยาวชนลูกหลานทั้งหลาย
หลวงพ่อฯ จะแนะนำพร่ำสอนแก่เด็ก และเยาวชนอยู่เสมอตลอดถึงผู้ปกครองให้ชักจูงลูกหลาน ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอนกราบลงที่หมอน ๕ ครั้ง แล้วท่านอธิบายว่า การกราบพระ ๕ ครั้งนั้น เป็นการกราบระลึกถึงคุณของพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณมารดา คุณบิดา และคุณครูบาอาจารย์ เรียกว่า กราบคุณพระทั้ง ๕ ว่า สาธุ สาธุ สาธุ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณมารดา คุณบิดา คุณครูบาอาจารย์ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความเจริญเทอญแล้วนอนหลับสบาย ไม่ฝันร้าย นอนสะดุ้งผวา
ด้านการฝึกสมาธิ
หลวงพ่อฯ ได้ใช้อุบายแบบง่าย ๆ ในการอบรมสั่งสอนเด็ก และเยาวชน จนเด็กเหล่านั้นไม่รู้สึกว่า ถูกจับมานั่งสมาธิภาวนา วิธีการของท่าน ให้เด็กนั่งขัดสมาธิ หลับตา แล้วนับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ให้ภาวนาในใจว่าพุทโธ...พุทโธ..พุทโธ.... บางทีท่านแนะนำให้ใช้ รูปแบบ การนั่งสมาธิ แบบอำไพเทคนิค* ซึ่งเป็นเนื้อเพลงให้เด็กร้องควบคู่กันไปกับการปฏิบัติ
นั่งขัดสมาธิให้ดี สองมือวางทับกันทันที หลับตานั่งตัวตรงซี ตั้งสติให้ดีภาวนาในใจ พุทโธ..พุทโธ.... พุทโธ...
หลวงพ่อ ท่านแนะนำให้ใช้อบรมเด็กทุก ๆ วันโดยเฉพาะเด็กนักเรียนภาคฤดูร้อน สอนให้เด็กทำให้ได้ จนเกิดความเคยชิน กลายเป็นนิสัย จิตใจของเด็กจะได้สงบเป็นสมาธิ เรียนหนังสือดี มีนิสัยอ่อนน้อมงดงาม
ในด้านธรรมะพื้นฐาน และจำเป็นในชีวิตประจำวัน หลวงพ่อ ได้เน้น และสอนอยู่เสมอ ๆ ดังตัวอย่าง ต่อไปนี้
รักลูกปลูกจิตให้มีเมตตา
คุณธรรมในข้อให้มีเมตตา กรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ก็เป็นคุณธรรมอีกข้อหนึ่งที่หลวงพ่อฯ ต้องการเน้นให้เด็ก และเยาวชนได้ยึดถือนำไปประพฤติปฏิบัติ ให้เกิดความสุขในครอบครัว และชุมชน ท่านจะสอนเสมอ ๆ ว่า พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกมีเมตตา คือมีความรักใคร่ในสัตว์ทุกชนิด อย่าคิดเบียดเบียนหรือทำร้ายสัตว์ให้ถึงแก่ความตาย ตลอดจนสอนให้มีความรักเพื่อน ๆ อย่ารังแกเพื่อน ให้รักเพื่อนเสมือนรักตน และมีความเมตตา ต่อคนทั่ว ๆ ไปไม่เลือกหน้า ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ
ความอดทน ความเสียสละ
หลวงพ่อท่านสอน และอบรมเสมอ ๆ ว่า ควรฝึกให้เด็กมีความอดทน เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบคนอื่น ให้ช่วยเหลือพ่อแม่ ทำงานบ้านเท่าที่จะช่วยเหลือได้ สอนให้ลูกรักกันในระหว่างพี่น้อง อย่าเกี่ยงกันในการทำงาน ช่วยงานในบ้านของตนเอง และหาวิธีช่วยเหลืองานสังคมส่วนรวมด้วย
ทำบุญใส่บาตร
หลวงพ่อ ท่านพูด เสมอ ๆ ว่า ชักชวนจูงใจให้ลูกใส่บาตรในตอนเช้า และพาไปทำบุญที่วัดตามโอกาสเวลา หรือในวันสำคัญทางศาสนา พาไปกราบพระ ไหว้พระ พาไปฟังเทศน์ ฟังธรรม แนะนำในการกราบ การไหว้ ลูกจะได้ไม่เก้อเขิน ไหว้พระเจ้า พระสงฆ์ได้อย่างสนิทใจ
จะสอนให้จำ ต้องทำให้ดู
หลวงพ่อ ท่านย้ำเสมอว่า เท่าที่สังเกตเห็นในสังคมทั่ว ๆ ไป มีพ่อแม่ หรือพี่เลี้ยงเป็นอันมาก อยากให้ลูกเป็นคนดี มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน เวลาพบพระสงฆ์องค์เจ้า ก็มักจะบอกให้ลูกไหว้พระ แต่แล้วตัวเองไม่ไหว้ เด็กก็เลยทำไม่เป็นกลับเขินหรืออาย เพราะผู้ใหญ่ไม่ทำให้ดู ขาดครูที่ดี อย่าลืมว่า การทำตัวอย่างที่ดีให้ดู นั่นคือครูชั้นดี ดีกว่าการสอนจนปากเปียกปากแฉะ ทำตัวอย่างที่ดีให้ลูกดูนั่นแหละ คือการสอนที่ได้ผล พ่อแม่ทุกคนควรจำไว้ แล้วนำไปใช้ในการฝึกลูกให้เป็นคนดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่หลวงพ่อ เน้นในการอบรมสั่งสอนเด็ก และเยาวชน ก็คือตัวของพ่อแม่เองนั่นแหละอย่าไปทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามให้เด็กเห็น อันเป็นการสวนทางกับการสอน เพราะว่า การพูดหรือการสอนด้วยคำพูด ๑๐ คำ ไม่เท่ากับการทำให้ดูครั้งหนึ่ง พ่อแม่จะต้องทำดีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ทำดีไว้ให้ลูก ทำถูกไว้ให้หลาน แล้วค่อยสอนลูกให้ทำตามทีหลัง มันจึงจะขลังและศักดิ์สิทธิ์ สอนอะไรก็ได้อย่างใจหวัง
การปลูกฝังคุณธรรมลงในจิตใจของเด็กตามที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างบางตอน ที่ได้รวบรวม จากบทความธรรมะ คำสอน และการอบรม การให้โอวาท ที่หลวงพ่อ ได้แสดงในโอกาสต่าง ๆ ทำให้เราทราบถึงอุดมคติของท่านในการที่จะฝึกฝนอบรม ให้ความรู้ ให้การศึกษาที่ถูกต้อง แก่เด็ก และเยาวชน ท่านพยายามสอนและให้ข้อคิดแนวทางในการที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา ตลอดถึงการฝึกหัดดัดนิสัย กิริยา มารยาทของเยาวชน ให้อยู่ในครรลองของขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้ยึดมั่นในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา หลวงพ่อ เป็นผู้นำชุมชน และเยาวชนตลอดถึงพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้อยู่ในกรอบและครรลองที่ถูกต้องดีงาม การสอนและการปลูกฝังคุณธรรมต่าง ๆ ที่หลวงพ่อ ได้พยายามแนะนำพร่ำสอน ทั้งในรูปแบบการแสดงธรรม การบรรยาย และการเขียนบทความธรรมะ นอกจากจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อเด็กและเยาวชน อันจะส่งผลให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในการเรียน ในการประกอบการงานอันปราศจากโทษแล้ว ผลพวงนี้ยังสะท้อนย้อนกลับมาสนองตอบพระคุณของพ่อแม่อีกด้วย นั่นคือ เมื่อลูกมีคุณธรรมเป็นเรือนใจ ต่อไปเขาก็จะมีความเคารพเชื่อฟัง มีความกตัญญูกตเวที เลี้ยงดูพ่อแม่ตอนแก่เฒ่า พ่อแม่ก็แสนจะปรีดา เพราะว่าลูกมีคุณธรรมประจำใจ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันนี้ โลกยิ่งเจริญขึ้นด้วยวัตถุมากเพียงใด จิตใจของคนก็ยิ่งขาดคุณธรรมมากขึ้นเพียงนั้น คนที่มีทั้งวิชาความรู้และมีทั้งคุณธรรมนั้น จึงเป็นคนที่สังคมต้องการยิ่งนัก
ดังนั้น บรรดาพ่อแม่ ผู้มีความรักลูกทั้งหลายควรช่วยกันขวนขวายสอนลูกหญิง ลูกชายให้มี ความรู้คู่คุณธรรม กันเถิด จะเกิดสิริมงคลส่งผลให้เด็กเป็นลูกที่ดีของพ่อของแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ เป็นศาสนิกชนที่ดีของศาสนา แล้วจะนำมาแต่ความสงบเย็นในสังคมแห่งการอยู่ร่วมกัน.

กลับ