ชีวประวัติ | หลวงตาชีกับการศึกษา | หลวงตาชีกับงานเผยแพร่ | หลวงตาชีกับวัดไทยฯดี.ซี. | สนทนากับหลวงตาชี | กลับหน้าหลัก
 

 

เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๔ (1971) ชุมชนชาวไทยกลุ่มหนึ่งได้จัดตั้ง ชมรมชาวพุทธ ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อให้ประชาชนชาวพุทธทั้งหลายได้มีโอกาสทำบุญทำกุศลร่วมกัน พร้อมทั้งขอคำแนะนำปรึกษาทางธรรม และเพื่อให้มีศาสนสถาน สำหรับประกอบศาสนกิจ แสวงหาธรรมะ อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจเป็นครั้งคราว ต่อมา ชมรมชาวพุทธได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ยกฐานะชมรมขึ้นเป็นสมาคมโดยใช้ชื่อว่า พุทธสมาคมแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Buddhist Association in Washington, D.C.
เมื่อยกฐานะขึ้นเป็นพุทธสมาคมฯ แล้ว โดยมี เอกอัครราชทูต ฯพณฯ สุนทร หงส์ลดารมภ์ เป็นที่ปรึกษาของสมาคมฯ พ.อ.ปราโมชช์ ถาวรฉันท์ ผู้ช่วยทูตทหารบก เป็นนายกพุทธสมาคมฯ ประกอบด้วยกรรมการอีก จำนวน ๑๔ ท่าน ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน เอกอัครราชทูตฯ ท่านต่อมา ได้เป็นที่ปรึกษาของสมาคมฯ เมื่อมีพุทธสมาคมฯขึ้นแล้ว คณะกรรมการสมาคมฯได้ดำเนินการจัดหาทุนเรื่อยมา ซึ่งส่วนใหญ่ในตอนเริ่มแรกนั้น ได้รับเงินบริจาคจากพุทธศาสนิกชนทั่วไป

จนถึงปลายปี ๒๕๑๖ พ.อ.ปราโมชช์ ถาวรฉันท์ นายกพุทธสมาคมฯ ได้เดินทางกลับไปรับราชการที่ประเทศไทย คณะกรรมการจึงได้เรียนเชิญ พ.อ.วิเชียร บุรณศิริ ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สำนักงานผู้ดูแล นักเรียนไทย ในสหรัฐอเมริกา เป็นนายกพุทธสมาคมฯ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๖ (1973)
พุทธสมาคมฯ ได้จัดให้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ (1974) ณ ห้องประชุมสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘ ท่าน ที่ประชุมได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นและนิมนต์พระสงฆ์มาอยู่ประจำเพื่อปฏิบัติศาสนกิจ จากเงินทุนที่มีอยู่ ๓,๗๔๔.๓๓ เหรียญสหรัฐ
การจัดตั้งสำนักสงฆ์นี้ ที่ประชุมได้ตั้งกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อจัดหาสำหรับเช่าสถานที่ที่จะใช้เป็นสำนักสงฆ์ชั่วคราว หลังจากที่ได้เสาะแสวงหาสถานที่มาเป็นเวลาพอสมควร ก็ได้พบว่าบ้านเลขที่ ๗๐๕ Wayne Avenue, Silver Spring, Maryland มีลักษณะเหมาะสม คณะกรรมการหลายท่านได้ไปเห็นอาคารสถานที่แล้ว มีความเห็นพ้องร่วมกัน พุทธสมาคมฯ จึงได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของบ้านหนึ่งปี ในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๓๕๐.๐๐ เหรียญสหรัฐ ส่วนการนิมนต์พระภิกษุมาประจำปฏิบัติศาสนกิจนั้น พ.อ.วิเชียร บุรณศิริ นายกพุทธสมาคม
ได้ติดต่อขอความเมตตาจากพระมหาโสบิน โสปาโก* หัวหน้าคณะสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ทำหนังสือกราบเรียนติดต่อโดยตรงไปยังพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์* * วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ เพื่อขอความกรุณาจากท่านให้ช่วยนิมนต์พระมาประจำปฏิบัติศาสนกิจให้ทันในวันเข้าพรรษา ซึ่งจะได้ถือเป็นปฐมฤกษ์เปิดสำนักสงฆ์ในวันนั้นด้วย

* ปัจจุบันคือ อาจารย์โสบิน นามโท วิปัสสนาจารย์
** สมณศักดิ์สุดท้าย เป็นพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) ราชบัณฑิต
วัดราษฏร์บำรุง ชลบุรี



แรงศรัทธา คือ ที่มาของวัดไทย
ด้วยพุทธานุภาพและแรงศรัทธาของชุมชนชาวไทย พระครูพิบูลโพธาภิรัต และพระปลัดวรศักดิ์ ทีปังกโร แห่งวัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตัน ในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๑๗ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา คณะกรรมการพุทธสมาคมฯตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นพระสงฆ์ผู้ทรงศีลในทางพระพุทธศาสนา สมกับคำว่า สมณาณัญจะ ทัสสะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง แปลว่า การเห็นสมณะเป็นมงคลอันสูงสุด ดังนั้น วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๑๗ (1974) ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์มาถึง จึงถือเป็นวันเริ่มต้นของสำนักสงฆ์ไทยในกรุงวอชิงตัน นับเป็นวัดไทยแห่งที่สองในสหรัฐอเมริกา
เมื่อพระสงฆ์ทั้งสองรูปมาอยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจแล้ว บรรดาท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย ต่างก็ให้ความร่วมมือร่วมใจกับคณะกรรมการพุทธสมาคมฯ เป็นอย่างดียิ่ง การดำเนินงานของพุทธสมาคมเป็นไปโดยความคล่องตัว ประชาชนชาวไทยที่อยู่ในเขตกรุงวอชิงตัน รัฐแมรีแลนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ตลอดทั้งรัฐใกล้และไกล เมื่อได้ทราบข่าวอันเป็นมงคลนี้ต่างก็มีความปีติยินดี อนุโมทนา สาธุการโดยทั่วกัน
ราวเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ (1974) พระปลัดวรศักดิ์ ทีปังกโร ได้เดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากสุขภาพไม่อำนวย ทางพุทธสมาคมฯ จึงได้ติดต่อกับพระมหาโสบิน โสปาโก หัวหน้าคณะสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ให้พิจารณาช่วยนิมนต์พระมาอยู่แทน โดยได้นิมนต์ พระมหาเกลี้ยง เตชวโร ซึ่งขณะนั้นประจำอยู่วัดไทยลอสแองเจลิส เดินทางมาช่วยปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ร่วมกับพระครูพิบูลโพธาภิรัต
เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘ (1975) พระครูพิบูลโพธาภิรัต ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยไม่สามารถจะเดินทางกลับมาปฏิบัติศาสนกิจต่อไปได้ ทางพุทธสมาคมฯ ได้เรียนปรึกษาพระมหาโสบิน โสปาโกอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ท่านจึงได้ทำหนังสือนิมนต์ พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท แห่งวัดวชิรธรรมสาธิต พระโขนง กรุงเทพฯ ดังนั้น เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ (1975) พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ได้เดินทางมาถึงวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตามคำนิมนต์และได้อยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจและเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

เมื่อมีพระสงฆ์มาอยู่ประจำแล้ว การดำเนินงานเพื่อหาทุนจัดตั้งวัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของพุทธสมาคมฯ ก็ดำเนินมาด้วยความราบรื่นและรวดเร็ว บรรดาท่านสาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลายทั้งในเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แมรีแลนด์ เวอร์จิเนีย ตลอดถึงรัฐห่างไกลและรัฐ ใกล้เคียง ต่างก็ให้ความร่วมมือร่วมใจบริจาคสมทบทุนในการจัดตั้งวัดด้วยกำลังศรัทธาอันแรงกล้า อย่างน่าอนุโมทนาและชื่นชมยิ่ง ทำให้พุทธสมาคมฯ สามารถซื้อบ้านหลังที่เช่าอยู่นั้น ถวายเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาสำเร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๙ (1976) ในราคา ๕๒,๕๐๐ เหรียญสหรัฐ
เนื่องจากอาคารของวัดไทยฯ ดี.ซี.แห่งนี้ยังคับแคบ ไม่เพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกแก่ท่านสาธุชนทั้งหลายที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในคราวที่วัดมีงานช่วงฤดูหนาว ทำให้ต้องเข้าไปแออัดยัดเยียดกันอยู่ภายในอาคาร อีกประการหนึ่ง ทางวัดได้ขยายกิจกรรม อันอำนวยประโยชน์แก่ชุมชนเพิ่มมากขึ้น เช่น เปิดสอนธรรมะภาคปฏิบัติ การสอนการฝึกสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน อันเป็นกิจกรรมสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา จึงจำเป็นที่จะต้องหาสถานที่แห่งใหม่

ประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๒๐ (1977) คณะกรรมการพุทธสมาคมแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ประชุมกัน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรจัดหาสถานที่ใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับการที่จะจัดตั้งเป็นวัดให้สมบูรณ์ได้ต่อไป ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการจัดหาที่วัดใหม่Ž คณะกรรมการชุดนี้ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๓ ปีเศษ พบสถานที่ที่อยู่ในข่ายความสนใจของกรรมการฯ กว่า ๑๐ แห่ง และได้นำเข้าพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ของพุทธสมาคมฯก็หลายครั้ง แต่ผลที่ออกมายังไม่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย



วัดแห่งที่ ๒
ในที่สุด เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ (1980) คณะกรรมการฯ ได้พบบ้านเลขที่ 9033 Georgia Avenue, Silver Spring, Maryland 20910 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่วัดเก่าเหมาะที่จะเป็นศูนย์กลางสำหรับคนไทย สะดวกในการไปมา หาง่ายไม่ลำบาก เป็นสถานที่ปลอดโปร่ง มีสง่าราศีเหมาะสมสำหรับการตั้งวัดกว่าที่อื่น ๆ คณะกรรมการจึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของพุทธสมาคมฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้อภิปรายกันในประเด็นต่าง ๆ อย่างละเอียดทุกแง่ทุกมุมจนเป็นที่พอใจของทุกฝ่ายแล้ว จึงลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ซื้ออาคาร สถานที่แห่งนี้ ซึ่งเจ้าของประกาศขายในราคา ๒๖๐,๐๐๐ เหรียญ คณะกรรมการได้ต่อรองราคา ซื้อได้ในราคา ๒๔๐,๐๐๐ เหรียญ และได้ทำสัญญาซื้ออาคารบ้านหลังนี้ โดยได้ย้ายเข้าไปอยู่ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๒๓ (1980)
วัดได้ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาที่บ้านเลขที่ 9033 Georgia Ave. เป็นระยะเวลา ๕ ปีเศษ คณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นว่า อาคารสถานที่ไม่เพียงพอต่อกิจกรรมของวัดที่เพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ คณะกรรมการฯจึงได้จัดหาสถานที่แห่งใหม่ และในที่สุดได้ตกลงซื้ออาคาร เลขที่ 13440 Layhill Road, Silver Spring, Maryland พร้อมทั้งที่ดิน ๕ เอเคอร์ ในราคา ๒๖๕,๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ และได้สร้างห้องพระประธานขึ้นติดกับตัวอาคารเดิม


นิมิตมงคลใหม่
ในเวลาเย็นของวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา คณะกรรมการฯ และพุทธศาสนิกชนได้อัญเชิญหลวงพ่อพระพุทธมงคลวิมล ดี.ซี. ซึ่งเป็นพระประธานประจำวัดไทยฯ ดี.ซี.มาตลอดขึ้นประดิษฐาน ณ ที่แห่งใหม่ นับว่าเป็นมงคลนิมิตหมายคล้ายกับวันที่พระพุทธองค์เสด็จจากต้นไม้มหาโพธิ์ไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ในสมัยพุทธกาล เมื่อย้ายเข้าอยู่ประจำที่แห่งใหม่แล้ว คณะสงฆ์ และคณะกรรมการวัดฯ ได้ดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายทางการสหรัฐฯ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาเอกสาร และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเป็นวัดโดยถี่ถ้วนแล้ว ก็แนะนำให้กรรมการวัด ดัดแปลงอาคารสถานที่ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของทางการทุกอย่าง ทางคณะกรรมการวัดฯ ก็ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางการทุกขั้นตอน จนได้รับอนุญาตให้เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมาย โดยสมบูรณ์ทุกประการ ตั้งแต่วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ (1992)

หลังจากได้รับอนุญาตให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์แล้ว คณะกรรมการวัดได้ประชุมกัน มีมติเป็นเอกฉันท์ตั้งอนุกรรมการสร้างอุโบสถศาลาขึ้นคณะหนึ่ง คณะกรรมการชุดนี้ได้ปฎิบัติ หน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายด้วยความเสียสละอดทน โดยได้เริ่มดำเนินการขออนุญาตเพื่อทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ (1993) ในขณะที่รอการอนุญาตจากทางเทศบาล ทางวัดได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ตรงกับวันวิสาขบูชา ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ก็ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างได้
ทางคณะอนุกรรมการฯ จึงได้ตกลงเซ็นสัญญาการก่อสร้าง กับบริษัท Warder & Associates Inc. ในราคา ๑,๑๔๓,๘๘๓ เหรียญฯ และเริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗ ศาลาหลังนี้เป็นศาลา ๒ ชั้น มีลักษณะเป็นทรงไทยผสม มีขนาดกว้าง ๔๐ ฟุต ยาว ๑๐๐ ฟุต ชั้นบนใช้เป็นอุโบสถ ประดิษฐานองค์พระประธานเป็นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน สามารถบรรจุคนได้ประมาณ ๓๐๐ คน ชั้นล่าง ใช้เป็นห้องโถงเอนกประสงค์ สามารถดัดแปลงเป็นห้องประชุม ห้องเรียน ห้องจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ การก่อสร้างศาลาได้ดำเนินมาโดยลำดับ จนสำเร็จเรียบร้อยตามสัญญาทุกประการ

ด้วยความอุตสาหะวิริยของคณะกรรมการฯ พุทธสมาคมฯ ซึ่งประกอบด้วย สภากรรมการและกรรมการบริหาร ภายใต้ความควบคุมดูแลของคณะสงฆ์ โดยมีหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท เป็นผู้นำ และได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพุทธศาสนิกชนทั่วไป การพัฒนาวัดตามนโยบายและโครงการ ขั้นตอนที่วางไว้ จึงเป็นไปตามลำดับลุล่วงได้อย่างดี โครงการต่างๆ ที่ทำสำเร็จไปแล้ว ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่วัดแห่งใหม่จนถึงปัจจุบัน พอสรุปได้ตามลำดับดังต่อไปนี้


๑. สร้างห้องพระประธานต่อออกไปจากอาคารเดิม ปัจจุบันปรับปรุงเป็นห้องพักสำหรับพระสงฆ์ ๒ ห้อง และสำนักงาน
๒. สร้างห้องน้ำใหม่จำนวน ๒ ห้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไปที่มาทำบุญที่วัด
๓. สร้างลานจอดรถ ซึ่งสามารถจอดรถได้ ๘๐ คัน
๔. สร้างห้องครัว และห้องฉันภัตตาหารขึ้นใหม่ โดยได้รับอนุญาตให้เปิดใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๕เป็นต้นมา
๕. ปรับปรุงสำนักงานเดิม เป็นห้องสมุด และห้องโสตทัศนูปกรณ์
๖. ปรับปรุงห้องใต้ดิน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นห้องสมุด จัดเป็นห้องพักสำหรับพระสงฆ์ หรืออาคันตุกะ และ
๗. ก่อสร้างอุโบสถ-ศาลา

งานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิต
เมื่อการก่อสร้างวัดได้เสร็จสมบูรณ์ มีอาคารสถานที่เป็นถาวรวัตถุมั่นคงแล้ว คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดฯ ได้ประชุมตกลงจัดงานสมโภชฉลองอุโบสถศาลา ผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิต เพื่อให้วัดมีฐานะอันสมบูรณ์ตามพระวินัยพุทธบัญญัติ โดยได้จัดงานขึ้นเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ ๑๗-๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๘ มี ฯพณฯ มนัสพาสน์ ชูโต เอกอัครราชทูต เป็นประธานจัดงาน ในการนี้ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าหญิง วุฒิเฉลิม วุฒิชัย เสด็จเป็นองค์ประธานประกอบพิธีตัดลูกนิมิต

ในงานสมโภชฉลองอุโบสถศาลา ผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตครั้งนี้ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รับเป็นเจ้าภาพร่วมกับทางวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และได้จัดให้มีการประชุมสมัชชาสงฆ์ฯ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ ๑๙/๒๕๓๘ ในวันที่ ๑๕-๑๖ มิถุนายน ๒๕๓๘ คณะกรรมการและสมาชิกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาจากวัดต่างๆ ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมจำนวนมากเป็นประวัติการณ์
ทางฝ่ายคณะสงฆ์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศฯ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้เมตตานุเคราะห์มีบัญชาให้ พระธรรมราชานุวัตร ประธานสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลีส มาเป็นประธานในพิธีการผูกพัทธสีมา พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ คณาจารย์ จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมาร่วมในงานนี้อีกหลายรูป

วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อกำเนิดขึ้นมาจากสายธารศรัทธาอันแรงกล้าของพุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธา โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกัน แต่หากใครก็ตามที่ได้ ย่างกรายเข้าสู่เขตอารามอันร่มรื่น ด้วยหมู่แมกไม้แห่งธรรมชาติ และความฉ่ำเย็นแห่งพุทธธรรมแล้ว ย่อมได้รับการต้อนรับด้วยไมตรีจิตมิตรภาพอันอบอุ่นใจโดยเสมอภาค
วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้อำนวยประโยชน์แก่ชุมชน ทั้งทางด้านศาสนา ภาษาไทย ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย อย่างกว้างขวาง และฝังรากลึกเป็นปึกแผ่น ในดินแดนส่วนนี้ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงความสมัครสมานสามัคคีที่มั่นคงของชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา และเป็นนิมิตหมายแห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ในต่างแดนสืบต่อไป.

 

 
 

 


Wat Thai Washington DC IT Services Copyright (C) 1999 - 2000 Buddhist Association

in Washington D.C